แนะนำหนังสือ

posted on 18 Aug 2008 21:16 by winkung in ETC

วันนี้ขอมาเป็นหน้าม้า มาแนะนำหนังสือเล่มใหม่ที่พึ่งซื้อมาเมื่อไม่นานหน่อยนึง - -“

เนื่องจากว่าอยากอ่านหนังสือเรียนเล่มอื่นดูบ้าง ถ้าอ่านแต่ minnano ก็กลัวว่าความรู้ก็จะได้อยู่แค่นั้น
วันเสาร์ที่ผ่านมามีโอกาสลงกรุงเทพ เพราะตั้งใจจะไปซื้อใบสมัครสอบวัดระดับ
ก็เลยลองแวะร้านหนังสือดูสักหน่อย ( มันเกี่ยวกันตรงไหนฟะ
- -“ )

ตอนแรกตั้งใจจะซื้อ minnano สำหรับระดับกลาง แต่หาหลายร้าน หายังไงก็หาไม่เจอ
ไม่รู้ว่ามีรึเปล่า หรือว่าเขาทำออกมาแค่
4 เล่มแค่นั้น - -“

( ตอนนี้เลยไม่รู้ว่าถ้าจะอ่านแบบเรียนสำหรับ ระดับกลาง จะต้องอ่านหนังสือเล่มไหนดี ?
ใครรู้ช่วยแนะนำหน่อยนะ จะได้ลองซื้อมาอ่านดู... )

เข้าเรื่องครับ ... หนังสือที่ผมซื้อมาชื่อว่า J bridge พลิกหลักสูตรการสื่อสารภาษาญี่ปุ่น
ของสำนักพิมพ์ สสท เจ้าเดิม
^^



เหตุผลที่ซื้อเล่มนี้มาเพราะลองอ่าน คำนำ บทนำและวัตถุประสงค์ของผู้แต่งแล้วพบว่า
เอ้อ... เข้าท่าดีว่ะเฮ้ยยยย
หนังสือเล่มนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นชั้นต้นมาแล้ว (minnano 1-4)
หากอ่านสี่เล่มนั้นจบแล้ว แล้วมาอ่านเล่มนี้ ผมว่าโอเคเลยครับ หนับหนุน

ผู้แต่งบอกไว้ว่า

ปัญหาหนึ่งสำหรับผู้ที่เรียนภาษาญี่ปุ่นชั้นต้นจบแล้วคือ
ไม่สามารถนำความรู้ที่มี นำออกมาใช้ได้
แปลง่ายๆก็คือ เมื่อเจอสถานการณ์ที่ต้องการจะสื่ออะไรบางอย่าง
แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี หยิบความรู้ที่มีนำมาใช้ไม่ได้ เพราะมีเยอะจัด ฮ่าๆๆๆ

ส่วนหนึ่งนั่นเป็นเพราะในหนังสือแบบเรียนส่วนใหญ่ ในแต่ละบทมักจะมีแต่ไวยากรณ์เต็มไปหมด

แต่ไวยากรณ์ในแต่ละบทที่ให้มานั้น ความสัมพันธ์ ทางการใช้ก็มักจะไม่ค่อยจะมี
จบบทนึงปุ๊ป พอเริ่มบทใหม่ การประยุกต์ใช้ของบทก่อนหน้าก็มักจะไม่ค่อยสัมพันธ์กันเท่าไหร่

ทำให้ผู้เรียนมองภาพไม่ออกว่า ถ้าถึงสถานการณ์นั้นแล้ว จะใช้ไวยากรณ์หรือสำนวนใดมาถ่ายทอดดี
นั่นคือปัญหาหลักที่ผู้เขียนเล่มนี้ได้บอกเอาไว้

ดังนั้น โครงสร้างของหนังสือเล่มนี้เลยไม่ได้เรียงเป็น บท
1 2 3 4 etc …
แต่จะเขียนเป็นหัวข้อเรื่องว่า เรื่องแรกจะกล่าวถึงเรื่องอะไร
แล้วถึงจะแนะนำไวยากรณ์หรือสำนวนที่ต้องใช้

กับเรื่องนั้นๆมาอธิบาย ซึ่งผมลองอ่านคร่าวๆแล้ว โอเคมากเลยทีเดียวคับ เช่น

บทแรกจะกล่าวถึง
紹介する (การแนะนำ)
ซึ่งจะแบ่งย่อยออกเป็น
3 step คือ
step 1
同窓会の写真 ภาพถ่ายงานเลี้ยงรุ่น
step 2
あのころ、そのころ ตอนโน้น ตอนนั้น
step 3
あなたはどんな性格?คุณมีลักษณะนิสัยอย่างไร

ในแต่ละ
step จะเริ่มจาก
การฟัง โดยในหนังสือจะมีประโยคสนทนาพร้อมกับ CD มาให้ฟังว่า เขาพูดอะไรกัน
แล้วจะมีช่องว่างให้เราเติมในส่วนของไวยากรณ์ที่กล่าวถึงในบทนั้นๆ
ข้อดีที่ผมชอบตรงนี้คือ ประโยคสนทนาจะมี
ひらがな ห้อยไว้อยู่ด้วย
ซึ่งเป็นการฝึกการฟังได้ดีมากทีเดียวเพราะผมจะอัดใส่
mp3 แล้วยัดใส่มือถือ
แล้วก็เปิดฟังแล้วอ่านตามว่าเขาพูดอะไรกันเพราะว่าประโยคที่เขาให้มานั้น พูดค่อนข้างเร็ว
เหมือนคนญี่ปุ่นพูดในชีวิตประจำวันจริงๆ ดีมากๆคับ
^^

หลังจากจบหัวข้อการฟัง หัวข้อถัดมาจะเป็น
ข้อสังเกต
ซึ่งจะบอกว่าในบทสนทนาที่ได้ฟังนั้น สถานการณ์ใดจะใช้สำนวนแบบไหน หรือต้องใช้ไวยากรณ์ใด
เขาจะไม่บอกตรงๆ แต่จะเป็นคำถามให้เราหาคำตอบเอง ... ตรงนี้ก็โอเคครับ
เป็นการช่วยเน้นจุดสำคัญของการใช้ไวยากรณ์ให้อีกทางหนึ่ง

ต่อจากหัวข้อนี้จะเป็น
ไวยากรณ์
ซึ่งไวยากรณ์ในหนังสือเล่มนี้จะไม่เป็นแนวอธิบายตั้งแต่เริ่ม
เพราะเขาเขียนมาสำหรับผู้ที่มีความรู้มาก่อนแล้ว
ในส่วนนี้จะเป็นการยกเหตุการณ์ หรือบทสนทนาสั้นๆขึ้นมาพร้อมกับใส่ไวยากรณ์ของบทนั้นๆลงไป
แล้วถามเราว่า จะต้องใช้แบบไหน เพราะอะไร
เป็นคำถามเชิงเปิด ให้เราหาคำตอบเอง
อย่างหัวข้อแรก
同窓会の写真 ภาพถ่ายงานเลี้ยงรุ่น
จะยกไวยากรณ์

1. อนุประโยคขยายคำนาม
2. ~
ている
3. ~
そう

เพราะว่าบทนี้จะเป็นการแนะนำบุคคลโดยใช้รูปภาพ แล้วเล่าให้ฟังว่าคนนี้ชื่ออะไร ตอนนี้อยู่ที่ไหน
ทำงานอะไรอยู่และคนที่กำลังรับฟังก็จะได้รับข้อมูลผ่านทางคำพูด และจากการดูรูปภาพ
เพราะฉะนั้นไวยากรณ์ที่เกี่ยวข้องก็จะมี

1. ส่วนใหญ่จะใช้ถามว่า คนที่..... คือใคร ก็จะใช้ อนุประโยคขยายคำนาม ในการถาม เช่น
この一番前にすわってる男の人はだれ?

2. ส่วนการบอกว่าตอนนี้เขาคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ แน่นอนว่าต้องใช้รูป ~ている ในการอธิบาย เช่น
今何をしているの?

3. กรณีผู้รับฟัง ก็จะได้รับสารจากแค่คำบอกเล่าและการดูจากรูปภาพ เพราะฉะนั้น การเดานิสัยหรือบุคลิกท่าทาง
ก็จะได้แค่
การคาดเดา จึงต้องใช้สำนวน ~
そう เช่น
まじめそうな人ね。 เป็นต้น

และสุดท้ายจะเป็นหัวข้อ
เรียงความ
ซึ่งจะเป็นการแต่งประโยคที่เกียวกับหัวข้อนั้นๆ โดยจะมีการเว้นช่องว่างในส่วนของไวยากรณ์ที่เกี่ยวข้อง

ให้เราเป็นคนเติมด้วย จึงเป็นการฝึกทั้งรูปไวยากรณ์และการศึกษาการแต่งประโยคจากบทความได้อีกทางหนึ่งด้วย

ซึ่งในแต่ละ step ก็จะได้ทั้งประโยครูปธรรมดาที่มาจาก บทสนทนา
และประโยคทางการที่ได้มาจาก เรียงความ หัวข้อท้ายสุดของแต่ละ
step

ตอนนี้อ่านไปได้ 1 บท รู้สึกว่าสนุกและไม่ค่อยหน้าเบื่อ
ก็เลยมาแนะนำให้รู้กันครับ ส่วนจะซื้อหรือไม่นั่นก็แล้วแต่ครับ ไม่ได้บังคับอะไร เพราะยังไงผมก็ไม่ได้ส่วนแบ่ง เอิ๊กๆ
55555555

ไม่เป็นแนวอธิบายตั้งแต่เริ่ม เพราะเขาเขียนมาสำหรับผู้ที่มีความรู้มาก่อนแล้ว

 

Comment

Comment:

Tweet

เดี๋ยวจะลองไปดูมั่ง

ปัญหาของผู้ที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้เพราะความเคยชิน และพูดไปตามเซ้นส์คือ.... พูดได้ แต่ไม่เคยถูกไวยากรณ์ เอาตัวรอดไปวันๆ แต่ทำอะไรที่มากกว่านี้ไม่ได้ confused smile

#10 By Fung-Fa on 2008-08-20 08:21

#2 By future7
เนื้อหาบล็อคผมคงจะ "เครียด" เกินไปมั้ง sad smile
แต่ละ entry มีแต่ไวยากรณ์ คนเขาเข้ามาดู แล้วก็ส่ายหัวเพราะไม่รู้เรื่องด้วยมั้ง เฮ้ออออ

ปล.จริงๆก็อยากเขียนแบบไร้สาระมั่ง แต่ทำไงได้
ขอจบ 50 ก่อนละกัน

#9 By ウィン on 2008-08-19 21:37

#7 By Pipuuki
เล่มละ 260 บาทครับ
ในส่วนของ การฟัง
ประโยคที่ใช้จะเป็นสำนวนการพูดของคนญี่ปุ่นจริงๆเลยครับ
แถมยังพูดเร็วอีก ผมต้องอ่านตาม ไม่งั้นฟังไม่รู้เรื่อง
ฝึกได้ดีจริงๆครับ big smile

#8 By ウィン on 2008-08-19 19:02

เล่มละเท่าไหร่คะ
ตอนนี้อยากหนังสือที่สอนพวกภาษาพุดมากๆเลย
ศัพท์แสลงอะไรพวกนี้...ถนัดแบบนั้นมากกว่าไวยกรณ์ง่ะ (><)

#7 By Pipuuki on 2008-08-19 18:14

เย็นนี้จะแวะไปดูที่ร้านหนังสือเลยค่ะ confused smile

#6 By Rabbiz! on 2008-08-19 15:56

โอ้
เล่มนี้แม่เราซื้อมาและ อิอิ
แต่ไม่เคยอ่าน- -"

#5 By TABEKU06 on 2008-08-19 12:02

ขอบคุณครับ :D!! ไม่ได้เข้ามาอ่านนานเลยนะเนี่ย^^'

#4 By Shuu Exteen on 2008-08-18 23:25

ช่วงนี้ต่อสู้กับ minna no สี่เล่มแรกอยู่ค่ะ ขอบคุณที่มาแนะนำหนังสือดีๆค่ะ
Hot! Hot!

แจกดาวให้วินคุงขึ้นหน้าแรก


แค่สงสัยนะ มีคนแอดบลอควินคุงเยอะมาก

แต่ไหงไม่มีคนผลักดันให้ขึ้น

งั้นเฮียมาแจกเองคับ


ฮา ฮา

confused smile confused smile

#2 By พงคุง on 2008-08-18 21:30

เพิ่งเรียนเล่มนี้จบไป บทเรียนเค้าใช้ได้เลยค่ะ เป็นการทบทวนไวยากรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ^^b

#1 By = a n n = on 2008-08-18 21:25



Recommend